
มวลชนสำแดงเดช...!
เมินนักเลือกตั้ง...ร้อยใจกู้วิกฤติชาติ
"ท้ากกกก...สิน...ออกไป..."
ยังคงเป็นวลีขานรับระหว่างผู้อภิปรายกับกลุ่มผู้ชุมนุมนับแสนคน ดังลั่นไปทั่วท้องสนามหลวงเป็นวันที่สอง
ปลุกให้ผู้ชุมนุมเกิดความฮึกเหิมในการขับไล่ ทักษิณ ชินวัตร ร่วมสร้างประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งของการเมืองไทยให้จารึกไว้
ด้วยพลังขับเคลื่อนของภาคประชาสังคมทั่วประเทศ ที่ร่วมใจภายใต้ชื่อ "พันธมิตรกู้ชาติ" ผนึกกำลังมุ่งมั่น "ยิก" ทักษิณ พ้นวงจรการเมืองไทย
กับข้อกล่าวหาอันฉกาจฉกรรจ์ว่าผู้นำของชาติขาดความชอบธรรมทางด้าน "จริยธรรม"
ขณะที่ภาคการเมืองเองก็ใช่ย่อย โดยเฉพาะประชาธิปัตย์และมหาชน ที่เกี่ยวก้อยออกมาประกาศจะไม่ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง ส.ส.
เนื่องด้วยต้องการประท้วงความไม่ชอบธรรมในการยุบสภาของนายกรัฐมนตรีทักษิณ รวมถึงการกำหนดวันเลือกตั้งที่เป็นไปอย่างกระชั้นชิด
แต่พอรุ่งขึ้นกลับเล่นตลกด้วยการพลิกมติขอปฏิรูปการเมืองรอบสอง โดยขอพระราชทานคนกลางเข้ามาแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ท่ามกลางกระแสข่าวการงัดข้อจากความเห็นต่างของ 2 ผู้นำต่างยุคสมัย ชวน หลีกภัย และ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ขณะที่อีกกระแสข่าวหนึ่งระบุถึงอัตราแลกเปลี่ยนพื้นที่ ส.ส.และกระสุนพร้อมสรรพ กับจำนวนเก้าอี้เสนาบดี 8 ที่นั่งอย่างมิพักให้ต่อรอง
ทำเอาคอการเมืองที่ได้ร้องซี้ดส์...ด้วยความสะใจ กลับต้องเปลี่ยนโวหาร "กูว่าแล้ว..." เพียงชั่วข้ามคืน...!
แล้วการเมืองก็มาพลิกชนิดซ้ำ เมื่อพรรคร่วมฝ่ายค้านปฏิเสธสัญญาประชาคมแก้ไขรัฐธรรมนูญตามข้อเสนอของทักษิณ
3 พันธมิตร อันได้แก่ ประชาธิปัตย์ มหาชนและชาติไทย ยืนยันที่จะให้หัวหน้าพรรคไทยรักไทย ร่วมลงสัตยาบันตามแบบฉบับของเขา
ขณะที่ข้อเสนอต่างฝ่ายต่างถูกปฏิเสธ เกมคว่ำบาตรการเลือกตั้งก็ถูกหยิบขึ้นมาปัดฝุ่นอีกครั้งหนึ่ง
เห็นได้ว่าพรรคการเมืองในขณะนี้ ไม่ใช่คำตอบของวิกฤติสถานการณ์ความขัดแย้งที่เป็นอยู่
ฝ่ายค้านเองก็อยู่ในฐานะไม่ต่างกัน เพราะไม่ได้ทำตัวให้ประชาชนเชื่อถือว่าเป็นผู้นำความเปลี่ยนแปลงได้
จึงไม่พ้นภาระหน้าที่ของประชาชนที่ต้องสร้างพลังกดดันจากสังคมด้วยตนเอง
ดังนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมภายใต้ชื่อ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้แสดงให้ประจักษ์ว่ามิได้ยี่หระกับการแปรเปลี่ยนของพรรคการเมืองแต่อย่างใด
และไม่เคยเกี่ยงหรือยึดติดกับเงื่อนไขของเวลาว่าจะต้องชุมนุมกันนานสักเท่าใด...
โดยยืนยันในเจตนารมณ์เดิมอย่างต่อเนื่อง จนกว่า ทักษิณ จะลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี...!!!
หากแต่รูปแบบการชุมนุมอาจเปลี่ยนไปบ้าง การปราศรัยจะหันมาเน้นย้ำเนื้อหาวิชาการ และความไม่ชอบมาพากลของรัฐบาลชุดนี้มากขึ้น
โดยยึดมั่น สันติวิธี และ อหิงสา เป็นหลักปฏิบัติ...
ขณะที่การเคลื่อนขบวนออกจากท้องสนามหลวงอย่างที่หลายฝ่ายแสดงความห่วงใยนั้น จะเป็นวิธีสุดท้ายที่จะถูกเลือก...!!!
กระนั้นก็ดีปฏิบัติการทิ้งบอมบ์ของฝ่ายค้าน ก็ได้รับเสียงขอบคุณจากกลุ่มผู้ชุมนุมที่ยังมีสำนึกทางการเมืองอยู่
เพราะหากไม่มีการเลือกตั้งก็จะตรงตามมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญ ที่สามารถเสนอขอพระราชทานรัฐบาลเพื่อดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญและจัดการเลือกตั้ง ...!!!
ท่ามกลางสายธารศรัทธาของพลังมวลชน ที่วันนี้ดูเหมือนจะสิ้นหวังกับนักการเมืองแล้วก็ตาม
พวกเขาได้แต่หวังการร่วมใจของกันและกันจากทั่วทุกสารทิศ สร้างพลังอันมหาศาลที่เปี่ยมล้นไปด้วยคุณธรรม
ไม่เพียงแค่กดดันให้ ทักษิณ ชินวัตร พ้นวิถีทางการเมืองไปโดยเร็วที่สุดเท่านั้น
แต่ยังให้บทเรียนไปถึงนักเลือกตั้งทั้งหลายได้ตระหนักถึงพลังประชาชนอันแท้จริง
ที่พร้อมใจเข้ามากอบกู้วิกฤติ เมื่อชาติต้องการ...!!!
นักข่าวหมายเลข10
|