Nation Group Affiliate Site >>
สันติภาพในเปลวเพลิง
หน้าแรกเวบบอร์ดติดต่อบอกอฉบับย้อนหลัง
  ฉบับวันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2549

เปิดแผนกู้ชาติสนธิ

เย็นย่ำวันสุกดิบ 3 กุมภาพันธ์ สนธิ ลิ้มทองกุล ยึดลานท่าพระอาทิตย์ ปลุกใจพนักงานในเครือผู้จัดการที่มีร่วมพันชีวิต ก่อนวันลงสนามทำศึกครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตก็ว่าได้

นับแต่บอสใหญ่แห่งค่ายท่าพระอาทิตย์ผู้นี้ เลี้ยวกลับ 180 องศา เปิดฉาก สับรัฐบาลทักษิณ อย่างหนักหน่วงในรายการ เมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว

จาก "ปรากฏการณ์สนธิ" ก่อตัวเป็น "ขบวนการสนธิ" และกำลังเติบโตขึ้นในระดับชาติเป็น "ขบวนการประชาชน" ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2549 นี้

ไม่ใช่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่นี่คือแรงระเบิดของความรู้สึกประชาชน ที่ถูกโครงสร้าง "ทักษิโณมิก" อันอยุติธรรม กดทับมาเป็นเวลายาวนานก็ว่าได้

จึงทำให้มีการคาดการณ์กันว่า พื้นที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า คงจะล้นหลามด้วยฝูงชนเกิน 5 หมื่นคน เต็มปริมาณความจุอย่างแน่นอน

นั่นคือการรวมพลคนไม่เอาทักษิณแน่นอน ซึ่งคงทยอยกันมาจากทั่วประเทศ (หากไม่ถูกสกัดจับเสียก่อน) ตั้งแต่ช่วงค่ำของวานนี้แน่นอน

นอนคอยข้ามคืนตามที่ผู้จัดนัดหมายบ่ายโมงของวันรุ่งขึ้น ซึ่งผู้จัดเตรียมพื้นที่พักพิงชั่วคราวไว้พร้อม

เวทีปราศรัยสาธารณะถูกเปิดขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยมี "สำราญ รอดเพชร" นักข่าวอาวุโส รับหน้าที่เป็นโฆษกตลอดรายการ

แน่นอนที่สุดเวทีปราศรัยแห่งนี้จะเครื่องมือในการปลุกระดมมวลชน และสร้างบรรยากาศการต่อสู้ให้ดุเดือดยิ่งขึ้น

ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของพนักงานรัฐวิสาหกิจ 500 คน ที่รับอาสาเป็นการ์ด

"สนธิ" ย้ำว่า การปราศรัยต้องเป็นไปอย่างมีเหตุมีผล ไม่ใช่การด่าทอสาดเสียเทเสีย พร้อมทั้งกำชับให้ผู้ที่จะขึ้นไปจับไมค์ต้องเตรียมทำการบ้านกันทุกคน

สคริปต์คร่าวๆ ที่ถูกวางไว้คือ วุฒิพงษ์ เพรียบจริยวัฒน์ รับหน้าที่ชำแหละพฤติกรรมการขายชาติของรัฐบาล ฉายภาพเบื้องหลังการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ

ตามติดด้วย เจริญ คัมภีรภาพ นักวิชาการจากศิลปากร จะเขย่ารัฐบาลด้วยประเด็นการเซ็นสัญญาเอฟทีเอ ที่ไม่เห็นหัวประชาชนคนส่วนใหญ่ของประเทศ

สำทับด้วยจอมข้อมูลอย่าง สังศิต พิริยะรังสรรค์ อดีตนักเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รับหน้าที่แกะรอยหนทางการคอรัปชั่นแบบเมกะโปรเจคท์ของรัฐบาลทักษิณ

เวทีนี้เน้น "อัคร-ยำ-ประเทศ" ด้วยข้อมูลเด็ดๆ ให้มวลชน โดยก่อนแต่ละคนจะขึ้นปราศรัย จะมีพิธีตีระฆังเป็นสัญลักษณ์ของการร้องทุกข์ในสมัยพ่อขุนรามฯ

แว่วมาว่าระฆังใบนี้มีความศักดิ์สิทธิ์และเป็นของจริงคู่บ้านคู่เมือง ที่อัญเชิญมาจากวัดระฆังที่มีพระดังหลวงพ่อโต

ประสานไปกับการแสดงดนตรีของศิลปินเพื่อชีวิต ที่เคยขับขานคั่นเวลามาตั้งแต่ธรรมศาสตร์และสวนลุมฯ มาร่วมดีดสีตีเป่าอย่างคับคั่ง (รับรองไม่มีเหงา)

ด้วยความเป็นเจ้าเทคโนโลยีด้านการสื่อสารคนหนึ่ง "สนธิ" ได้นำเครื่องมือหลากหลายมาประยุกต์ใช้กับการชุมนุมอย่างมากมาย

ไม่ว่าจะเป็นวีดีโอ พาวเวอร์พอยต์ ประมวลภาพความชั่วร้ายของรัฐบาลชุดนี้ โดยไม่ลืมที่จะหาเครือข่ายเชื่อมโยงไว้รองรับหากเกิดเหตุฉุกเฉิน

ช่วงค่ำๆ "สนธิ" พร้อมกับมวลชนจำนวนหนึ่ง เดินเท้าไปยื่นถวายฎีกาที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ อันเป็นที่พำนักของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ

ก่อนจะแยกย้ายกลับบ้านใครบ้านมันในเช้าวันที่ 5 กุมภาพันธ์ หลังจากทำบุญตักบาตรเสร็จสิ้น ด้วยสัญญาใจ "จะมาพบกันใหม่เมื่อชาติต้องการ"

แต่มีหมายเหตุให้เห็นถึงการชุมนุมทางการเมือง ย่อมไม่ใช่รายการโทรทัศน์ที่ทุกอย่างจะตรงไปตรงมาตามสคริปต์

เมื่อคลื่นมหาชนร่วมอุดมการณ์จากหลายหมู่เหล่า มารวมตัวกันเรือนหมื่นเรือนแสน อะไรก็เกิดขึ้นได้...!!!

ใครที่เคยผ่านเหตุการณ์ 14 ตุลา หรือพฤษภาทมิฬ ย่อมรู้ดีว่า การปลุกม็อบแม้จะป็นเรื่องยากเพียงใด...แต่การเอาม็อบลงหรือการดับอุณหภูมิอันเดือดดาลของมวลชนนั้น

ยากเย็นแสนเข็ญมากกว่าหลายเท่า...!!!

เมื่อคนจำนวนมหาศาลมารวมตัวกัน ความโกลาหลมันเกิดขึ้นได้ทุกเวลา สถานการณ์ผันแปรได้ทุกวินาที เช่นเดียวกับ 14 ตุลา 2516 เหตุการณ์นองเลือดก็เกิดขึ้นหลังการเจรจายุติ...

หรือจะเป็นพฤษภาทมิฬ 2535 ก็ยังเป็นปริศนาจนถึงวันนี้ว่า ใครเป็นผู้เริ่มต้น มือใครกันที่เป็นผู้เผา สน.นางเลิ้ง...?

เนื่องเพราะ เหนือการชุมนุมด้วยความบริสุทธิ์ใจของประชาชนแล้ว ยังมีเกมแย่งชิงอำนาจของชนชั้นนำที่ปิดบังซ่อนเร้นตัวเองในรูปอีแอบ พร้อมที่จะฉกฉวยโอกาสเปิดเผยตัวเองบนผืนเวทีหลังชัยชนะ

หลายคนพร่ำภาวนาและวิงวอนทุกฝ่าย อย่าใช้เลือดเนื้อชาวบ้าน เป็นเส้นทางเสวยสุขสู่ศูนย์กลางอำนาจอีกเลย

"ในสังคมที่ด้อยปัญญา สื่อมวลชนจะทำตัวเป็นกระจกส่องเพียงอย่างเดียวไม่ได้ ต้องเป็นตะเกียงส่องทางด้วย" คำกล่าวหนึ่งของสนธิ ที่สะท้อนมุมมองอาชีพให้พนักงานในเครือฟัง และว่า...

"หากความหลากหลายในวงการสื่อมีมาก ไม่มีการปิดกั้น สังคมจะดีขึ้น การคอรัปชั่น การลุแก่อำนาจจะน้อยลง"

ปณิธานของคนชื่อ สนธิ ลิ้มทองกุล ที่เกลียดการถูกเรียกว่าเป็นวีรบุรุษ เช่นเดียวกับกลัวถูกด่าไล่หลังว่า...

แม่ง !...รับใช้ทักษิณ

แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม

รายละเอียด
ผู้ส่ง

เงื่อนไขในการแสดงความเห็น
  1. ทุกคนมีสิทธิ แสดงความคิดเห็น ได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย กล่าวพาดพิง
  2. การลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้ง ให้ทราบล่วงหน้า
  3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิง ทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้นกับ คณะผู้จัดทำเว็บไซต์

Contact us :darknews@nationgroup.com
เกี่ยวกับ Darknews | นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อลงโฆษณา